พอรู้ระบบของ taobao มาบ้างเลยเอามาฝาก สำหรับมือใหม่จะได้พอรู้วิธีการสั่ง การหาตัวแทนสั่งซื้อสำหรับเว็บขายส่งดังๆในจีน ก่อนเข้าเนื้อหาขออธิบายเบื้องต้นก่อนนะคะ เว็บเหล่านี้คืออะไร?
ถาวเป่า คือเว็บ shopping รายใหญ่ๆในประเทศจีนค่ะ ซึ่งมีสินค้าให้เลือกมากมายทุก
ประเภท(ขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบกันเลยค่ะ5555) ซึ่งก็คล้ายๆเว็บ shopping ต่างๆในไทยนี่แหละค่ะ แต่!! การจัดการเว็บไซต์และการป้องกันการโกงต่างๆจะดีกว่า ดังนั้นเวลาเราซ์้อของในเว็บเหล่านี้ก็มั่นใจได้ระดับนึงค่ะว่าเราได้ของแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าของที่เราได้จะมีคุณภาพหรือเปล่า หรือรอรับของนานมั้ยแค่นั้นเองค่ะ O.o
วิธีการสั่งซื้อ-สมัครสมาชิกล่ะทำอย่างไร?
การสมัครสมาชิกของ ถาวเป่า จำเป็นต้องมีที่อยู่ในจีน บัญชีเงินฝากเอาไว้เปิด Alipay ในจีน และเบอร์โทรที่ติดต่อได้ในจีนค่ะ ประมาณว่าเค้าสงวนสิทธิให้เฉพาะคนจีน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่คนไทยที่อยู่ในไทยอย่างเราๆจะสมัครสมาชิก และทำการซื้อของเอง นอกจากใครพอมีเพื่อนหรือญาติอยู่ที่จีนก็ให้เค้าสมัครให้
แล้วแบบนี้จะสั่งซื้อยังไงล่ะ?
เราจึงต้องพึ่งเอเย่นหรือตัวแทนที่รับสั่งซื้อของจากจีนค่ะ แปลง่ายๆก็คือเราให้เค้าฝากซื้อของให้ค่ะ โดยเมื่อเราได้ลิ้งสินค้าที่ถูกใจ ก็ส่งไปให้เค้าซึ่งเค้าจะคิดค่าบริการการฝากซื้อและนำเข้าซึ่งราคาก็แล้วแต่เอเย่น โดยในขณะนี้เอเย่นก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งก็เหมือนงานด้านบริการชนิดหนึ่ง มีทั้งดีและไม่ดีบางเจ้าก็เป็นที่โด่งดังในเว็บ pantip มาพักนึงเหมือนกัน ^__^
ซึ่งการสั่งของจากจีนและผ่านตัวแทนแบบนี้ บางครั้งก็ต้องทำใจกันไว้ด้วยนะคะ
เพราะบางครั้งของอาจไม่เหมือนในรูป100% เป๊ะๆ อีกอย่างถ้าของไม่เหมือนในรูป ส่วนใหญ่ทางเอเย่นเค้าจะไม่ค่อยรับผิดชอบ เพราะเค้าก็เป็นแค่ตัวกลางในการสั่งซื้อ ลิ้งสินค้าต่างๆเราต้องเป็นคนหามาให้เค้าเอง ซึ่งเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของเป็นแบบไหน (โหดร้ายจุง T.T) จึงแนะนำว่าถ้าใครคิดจะนำเข้าเพื่อจะเปิดขายของอย่าเพิ่งสั่งมาทีเยอะๆจะดีกว่าค่ะ ให้ลองๆสั่งมาใช้ดูเองก่อน ถ้ามันดีตรงตามที่เราต้องการก็ค่อยว่ากัน
ตอนนี้ เรามาดูวิธีการดูสินค้าต่างๆใน taobao กันดีกว่าค่ะ จะได้หาร้านที่เครดิตดีๆได้ง่ายๆ
ตัวอย่างเราเข้าไปที่บางรายการตามรูปนะคะ
1.เครดิตคนขาย คือความน่าเชื่อถือของร้านนั่นเอง โดยปกติจะมี มงกุฏทอง - มงมุฏฟ้า - เพชร - หัวใจ (เรียงจากมากไปน้อย) ก็คือทางที่ดีควรหาคนขายที่มีเครดิตเป็นรูปเพชรขึ้นไป (ไม่ใช่หัวใจจะไม่ดีนะคะ เพียงแต่คนขายคนนั้นอาจไม่ค่อยมียอดขาย หรืออาจเพิ่งเปิดร้าน) แต่ก็ควรดู feedback ประกอบด้วยอีกที ซึ่งจะมาบอกไว้อีกทีค่ะ
2.ราคาสินค้าหน่วยเป็นเงินหยวนค่ะ ก็เอามาคูณกับอัตตรารับแลกเปลี่ยนของเงินไทยเราเนอะ
3.ค่าขนส่งในประเทศ ก็คือค้าขนส่งในจีน (จากร้านค้ามาที่บ้านหรือโกดังของตัวแทนที่เราสั่ง) ซึ่งบางร้านอาจจะส่งฟรี หรืออาจมีเพิ่มขึ้นเมื่อไปส่งไกล หรือลดให้เมื่อซื้อเยอะๆ ซึ่งส่วนใหญ่ตัวแทนในไทยโกดังมักกจะอยู่ในเมืองกวางโจว ดังนั้นเวลาเราสั่งก็ควรหาร้านที่อยู่ใกล้ๆโกดังจะดีที่สุด และตรงนี้อาจเป็นช่องทางให้กับทางตัวแทนที่เราสั่งซื้อโกงเราได้ เช่นร้านค้าในจีนอาจส่งให้ฟรี แต่ทางตัวแทนที่สั่งให้เราอาจบอกว่ามีค่าส่งนะ เป็นต้น
4.ยอดขายใน 30 วัน ก็คือรายการนั้นมียอดขายกี่ชิ้นแล้วใน30วัน เอาไว้ดูเป็นแนวทางค่ะ เช่น เราเห็นสินค้าตัวเดียวกัน แต่ทำไมร้านขายแพงกว่ายอดขายเยอะกว่าร้านที่ราคาถูกกว่า ทั้งๆที่รูปตัวเดียวกัน อยากบอกว่าเวลาเราสั่งของนี่เราดูรูปไม่ได้เลยค่ะ เพราะส่วนมากไม่ค่อยเอารูปจริงมาลงกันเท่าไหร่ นั่นก็คือร้านที่ขายแพงกว่าอาจจะมีคุณภาพดีกว่าก็ได้ (โดยส่วนใหญ่ 555)
5.Size - Color ซึ่งบางรายการก็มี บางรายการอาจไม่มี เช่นเสื้อผ้า ตรงนี้อาจจะมีให้เลือกขนาดsize หรือสีค่ะ
6.สินค้าคงเหลือในร้าน ก็คือเวลาเราสั่งเราควรดูด้วยค่ะ ว่าสินค้าตัวนั้นตอนนี้เหลืออยู่เท่าไหร่ ไม่ควรไปสั่งร้านที่เหลือของน้อยๆ เพราะถ้าเราสั่งไปแล้วของอาจหมด ต้องมาหาร้านใหม่กันอีกจะเสียเวลากันไปอีก และถ้าเราเลื่อนลงมาอีกนิดก็จะมีบอกว่าสินค้าอยู่เมืองอะไรครับ จะได้เอาไว้หาร้านใกล้ๆ

วิธีการสั่งซื้อ-สมัครสมาชิกล่ะทำอย่างไร?
การสมัครสมาชิกของ ถาวเป่า จำเป็นต้องมีที่อยู่ในจีน บัญชีเงินฝากเอาไว้เปิด Alipay ในจีน และเบอร์โทรที่ติดต่อได้ในจีนค่ะ ประมาณว่าเค้าสงวนสิทธิให้เฉพาะคนจีน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่คนไทยที่อยู่ในไทยอย่างเราๆจะสมัครสมาชิก และทำการซื้อของเอง นอกจากใครพอมีเพื่อนหรือญาติอยู่ที่จีนก็ให้เค้าสมัครให้
แล้วแบบนี้จะสั่งซื้อยังไงล่ะ?
เราจึงต้องพึ่งเอเย่นหรือตัวแทนที่รับสั่งซื้อของจากจีนค่ะ แปลง่ายๆก็คือเราให้เค้าฝากซื้อของให้ค่ะ โดยเมื่อเราได้ลิ้งสินค้าที่ถูกใจ ก็ส่งไปให้เค้าซึ่งเค้าจะคิดค่าบริการการฝากซื้อและนำเข้าซึ่งราคาก็แล้วแต่เอเย่น โดยในขณะนี้เอเย่นก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งก็เหมือนงานด้านบริการชนิดหนึ่ง มีทั้งดีและไม่ดีบางเจ้าก็เป็นที่โด่งดังในเว็บ pantip มาพักนึงเหมือนกัน ^__^
ซึ่งการสั่งของจากจีนและผ่านตัวแทนแบบนี้ บางครั้งก็ต้องทำใจกันไว้ด้วยนะคะ
เพราะบางครั้งของอาจไม่เหมือนในรูป100% เป๊ะๆ อีกอย่างถ้าของไม่เหมือนในรูป ส่วนใหญ่ทางเอเย่นเค้าจะไม่ค่อยรับผิดชอบ เพราะเค้าก็เป็นแค่ตัวกลางในการสั่งซื้อ ลิ้งสินค้าต่างๆเราต้องเป็นคนหามาให้เค้าเอง ซึ่งเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของเป็นแบบไหน (โหดร้ายจุง T.T) จึงแนะนำว่าถ้าใครคิดจะนำเข้าเพื่อจะเปิดขายของอย่าเพิ่งสั่งมาทีเยอะๆจะดีกว่าค่ะ ให้ลองๆสั่งมาใช้ดูเองก่อน ถ้ามันดีตรงตามที่เราต้องการก็ค่อยว่ากัน
ตอนนี้ เรามาดูวิธีการดูสินค้าต่างๆใน taobao กันดีกว่าค่ะ จะได้หาร้านที่เครดิตดีๆได้ง่ายๆ
ตัวอย่างเราเข้าไปที่บางรายการตามรูปนะคะ
1.เครดิตคนขาย คือความน่าเชื่อถือของร้านนั่นเอง โดยปกติจะมี มงกุฏทอง - มงมุฏฟ้า - เพชร - หัวใจ (เรียงจากมากไปน้อย) ก็คือทางที่ดีควรหาคนขายที่มีเครดิตเป็นรูปเพชรขึ้นไป (ไม่ใช่หัวใจจะไม่ดีนะคะ เพียงแต่คนขายคนนั้นอาจไม่ค่อยมียอดขาย หรืออาจเพิ่งเปิดร้าน) แต่ก็ควรดู feedback ประกอบด้วยอีกที ซึ่งจะมาบอกไว้อีกทีค่ะ
2.ราคาสินค้าหน่วยเป็นเงินหยวนค่ะ ก็เอามาคูณกับอัตตรารับแลกเปลี่ยนของเงินไทยเราเนอะ
3.ค่าขนส่งในประเทศ ก็คือค้าขนส่งในจีน (จากร้านค้ามาที่บ้านหรือโกดังของตัวแทนที่เราสั่ง) ซึ่งบางร้านอาจจะส่งฟรี หรืออาจมีเพิ่มขึ้นเมื่อไปส่งไกล หรือลดให้เมื่อซื้อเยอะๆ ซึ่งส่วนใหญ่ตัวแทนในไทยโกดังมักกจะอยู่ในเมืองกวางโจว ดังนั้นเวลาเราสั่งก็ควรหาร้านที่อยู่ใกล้ๆโกดังจะดีที่สุด และตรงนี้อาจเป็นช่องทางให้กับทางตัวแทนที่เราสั่งซื้อโกงเราได้ เช่นร้านค้าในจีนอาจส่งให้ฟรี แต่ทางตัวแทนที่สั่งให้เราอาจบอกว่ามีค่าส่งนะ เป็นต้น
4.ยอดขายใน 30 วัน ก็คือรายการนั้นมียอดขายกี่ชิ้นแล้วใน30วัน เอาไว้ดูเป็นแนวทางค่ะ เช่น เราเห็นสินค้าตัวเดียวกัน แต่ทำไมร้านขายแพงกว่ายอดขายเยอะกว่าร้านที่ราคาถูกกว่า ทั้งๆที่รูปตัวเดียวกัน อยากบอกว่าเวลาเราสั่งของนี่เราดูรูปไม่ได้เลยค่ะ เพราะส่วนมากไม่ค่อยเอารูปจริงมาลงกันเท่าไหร่ นั่นก็คือร้านที่ขายแพงกว่าอาจจะมีคุณภาพดีกว่าก็ได้ (โดยส่วนใหญ่ 555)
5.Size - Color ซึ่งบางรายการก็มี บางรายการอาจไม่มี เช่นเสื้อผ้า ตรงนี้อาจจะมีให้เลือกขนาดsize หรือสีค่ะ
6.สินค้าคงเหลือในร้าน ก็คือเวลาเราสั่งเราควรดูด้วยค่ะ ว่าสินค้าตัวนั้นตอนนี้เหลืออยู่เท่าไหร่ ไม่ควรไปสั่งร้านที่เหลือของน้อยๆ เพราะถ้าเราสั่งไปแล้วของอาจหมด ต้องมาหาร้านใหม่กันอีกจะเสียเวลากันไปอีก และถ้าเราเลื่อนลงมาอีกนิดก็จะมีบอกว่าสินค้าอยู่เมืองอะไรครับ จะได้เอาไว้หาร้านใกล้ๆ
แนะนำให้ใช้ google chrome ในการเปิดนะ เพราะจะมีฟังชั่นแปลภาษาให้จะได้ดูง่ายๆ
ต่อไปเราจะมาดูวิธีดูผลตอบรับของคนที่ซื้อไปกันบ้าง ซึ่งพอเราคลิกที่ชื่อคนขายก็จะขึ้นตามรูปนะ
1.ทัศนคติของคนขายที่มีต่อคนซื้อ เรียงจากบนลงล่างนะครับ
1.1 สินค้าที่เค้าขายนั้นเป็นจริง-เหมือนจริงตามที่เค้าโมษณาจริงหรือเปล่า
1.2 ทัศนคติของคนขาย ก็คือคนขายดูแลกับสินค้าของตัวเองดีแค่ไหน รับผิดชอบหรือเปล่า พูดจาดีหรือเปล่า ประมาณนั้น
1.3 ความเร็วในการขนส่ง
(ทั้ง3ตัวให้ดีควรให้มากกว่า 4.7 ขึ้นไปครับ)
2.feedbackของลูกค้า ใครที่เคยเข้าเว็บประมูลก็คงรู้จักส่วนนี้ดีเพราะคล้ายๆกันครับ โดยจะมีคะแนน ดังนี้ ดอกไม้แดง-ดี,เหลือง-เฉยๆ,ดอกไม้เหี่ยว-แย่ ให้ดีก็ไม่ควรมีดอกไม้เหี่ยวนะจ้ะ ถ้าเราเลื่อนลงมาเรื่อยๆเราก็สามารถอ่านได้ว่าลูกค้าพิมพ์มาว่าอะไรบ้าง
เราจะรู้ได้ยังไงว่า ตัวแทนที่เราสั่งนั้นเค้าสั่งของให้เราจริงๆหรือเปล่า ?? เพราะเห็นหลายเจ้าชอบพูดว่า สั่งให้ภายใน 24 ชม หรือชอบพูดว่า โอนแล้วสั่งให้ทันที วิธีการดูก็ตามรูปเลยโดยถ้ามีการสั่งซื้อให้แล้วร้านค้าคอนเฟริมแล้วเรียบร้อย สินค้าไม่มีปัญหาอะไร จะต้องมีชื่อขึ้น-รายการที่เราสั่ง-ขนาดต่างๆ โดยตรงนี้เราสามารถดูได้ว่าตัวแทนที่เราใช้บริการสั่งไปถูกต้องมั้ย เพราะบางครั้งชอบบอกว่า สั่งให้เรียบร้อย แต่เอาจริงๆก็ยังไม่สั่งให้ซะที T__T
หลังจากการสั่งซื้อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วต่อจากนั้นก็คือ รอ!!! ซึ่งตรงนี้เราสามารถเช็คได้ว่าของมาถึงที่โกดังหรือที่บ้านของตัวแทนในจีนหรือยัง เพราะร้านค้าใน taobao ทุกร้านหลังจากส่งของแล้วจะต้องมีการแจ้งเลขที่พัสดุให้คนซื้อเหมือนๆ ems ครับ เราสามารถเช็คในเว็บของบริษัทขนส่งได้ว่าตอนนี้ของอยู่ไหนแล้ว ถึงโกดังจริงๆแล้วหรือยัง เพราะบางครั้งตัวแทนชอบกักของรอออกพร้อมกันครับ แล้วบอกว่าหลังจากของมาถึงโกดังแล้วส่งออกให้ทันที ไม่รอปิดรอบพร้อมกับคนอื่น แต่พอเราถามไปก็บอกว่ายังไม่ได้ส่งเพราะของยังไม่ถึงโกดังบ้าง อ้างนู้นอ้างนี่ไปเรื่อยบ้าง ซึ่งตรงนี้หลังจากมีชื่อขึ้นในลิ้งที่สั่งแล้ว ซักประมาณ1วันเราก็ควรขอเลขที่พัสดุ-ชื่อบริษัทที่ขนส่งในจีนจากทางตัวแทนเอาไว้เช็คค่ะ จะได้สบายใจ
หลังจากการสั่งซื้อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วต่อจากนั้นก็คือ รอ!!! ซึ่งตรงนี้เราสามารถเช็คได้ว่าของมาถึงที่โกดังหรือที่บ้านของตัวแทนในจีนหรือยัง เพราะร้านค้าใน taobao ทุกร้านหลังจากส่งของแล้วจะต้องมีการแจ้งเลขที่พัสดุให้คนซื้อเหมือนๆ ems ครับ เราสามารถเช็คในเว็บของบริษัทขนส่งได้ว่าตอนนี้ของอยู่ไหนแล้ว ถึงโกดังจริงๆแล้วหรือยัง เพราะบางครั้งตัวแทนชอบกักของรอออกพร้อมกันครับ แล้วบอกว่าหลังจากของมาถึงโกดังแล้วส่งออกให้ทันที ไม่รอปิดรอบพร้อมกับคนอื่น แต่พอเราถามไปก็บอกว่ายังไม่ได้ส่งเพราะของยังไม่ถึงโกดังบ้าง อ้างนู้นอ้างนี่ไปเรื่อยบ้าง ซึ่งตรงนี้หลังจากมีชื่อขึ้นในลิ้งที่สั่งแล้ว ซักประมาณ1วันเราก็ควรขอเลขที่พัสดุ-ชื่อบริษัทที่ขนส่งในจีนจากทางตัวแทนเอาไว้เช็คค่ะ จะได้สบายใจ
ตัวอย่างเว็บบริษัทขนส่งในจีนที่เอาไว้เช็คเลขพัสดุว่าของมาถึงยังบ้านหรือโกดังของเอเย่นหรือยังค่าา
http://www.yundaex.com/www/index.html
http://www.zto.cn/
http://www.yto.net.cn/cn/index/index.html
http://www.uc56.com/
http://www.ttkdex.com/

การขนส่งจากจีนมาไทย
ปกติที่นิยมใช้กันจะมี 3 แบบคือ
1.เครื่องบิน การขนส่งประเภทนี้แพงที่สุด และถึงเร็วที่สุด หลังจากส่งของออกมาก็ประมาณ 3 วัน จะมาถึงที่ไทยครับ ค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 350-600 ต่อกิโล แล้วแต่เอเย่น
2.ทางรถ ส่วนมากเอเย่นจะนิยมส่งแบบนี้กัน ความเร็วการส่งของอยู่ที่ประมาณ 5-7 วัน นับจากวันส่งออก ค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 100-250 แล้วแต่เอเย่นเช่นกัน
3.ทางเรือ แบบนี้จะถึงช้าที่สุด แต่ค่าส่งจะถูกที่สุด แบ่งได้เป็น2ประเภทคือ เรือด่วน และ เรือธรรมดา ถ้าเรือด่วนจะถึงพอๆกับรถ ประมาณ7-10 วัน ส่วนเรือธรรมดาก็นานหน่อยประมาณ 10-20 วัน
ดังนั้นสำหรับเอเย่นเจ้าไหนที่บอกว่าไม่มีปิดรอบ สั่งได้เรื่อยๆ แต่เอาจริงๆรอของประมาณ 30 วัน ก็จงเชื่อได้เลยว่าเค้าเก็บของรอออกมาพร้อมกันแน่นอน
การคิดน้ำหนัก
ส่วนใหญ่ทุกๆเอเย่นในไทยจะคิดน้ำหนักแบบปัดเศษกันเช่น สมมุติของเราหนัก 10.3 กิโล เค้าก็จะคิดเป็น 11 กิโลไปเลยประมาณนี้ ดังนั้นต้องคำนวนน้ำหนักสินค้าให้ดีนะคะ แต่ก็จะมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้คิดตามน้ำหนักแต่จะคิดเป็นปริมาตร(ตามขนาดกล่องบรรจุ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของชิ้นใหญ่ๆ เช่น รถเด็กเล่น,ตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ ประมาณนี้ค่ะ
http://www.yundaex.com/www/index.html
http://www.zto.cn/
http://www.yto.net.cn/cn/index/index.html
http://www.uc56.com/
http://www.ttkdex.com/
การขนส่งจากจีนมาไทย
ปกติที่นิยมใช้กันจะมี 3 แบบคือ
1.เครื่องบิน การขนส่งประเภทนี้แพงที่สุด และถึงเร็วที่สุด หลังจากส่งของออกมาก็ประมาณ 3 วัน จะมาถึงที่ไทยครับ ค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 350-600 ต่อกิโล แล้วแต่เอเย่น
2.ทางรถ ส่วนมากเอเย่นจะนิยมส่งแบบนี้กัน ความเร็วการส่งของอยู่ที่ประมาณ 5-7 วัน นับจากวันส่งออก ค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 100-250 แล้วแต่เอเย่นเช่นกัน
3.ทางเรือ แบบนี้จะถึงช้าที่สุด แต่ค่าส่งจะถูกที่สุด แบ่งได้เป็น2ประเภทคือ เรือด่วน และ เรือธรรมดา ถ้าเรือด่วนจะถึงพอๆกับรถ ประมาณ7-10 วัน ส่วนเรือธรรมดาก็นานหน่อยประมาณ 10-20 วัน
ดังนั้นสำหรับเอเย่นเจ้าไหนที่บอกว่าไม่มีปิดรอบ สั่งได้เรื่อยๆ แต่เอาจริงๆรอของประมาณ 30 วัน ก็จงเชื่อได้เลยว่าเค้าเก็บของรอออกมาพร้อมกันแน่นอน
การคิดน้ำหนัก
ส่วนใหญ่ทุกๆเอเย่นในไทยจะคิดน้ำหนักแบบปัดเศษกันเช่น สมมุติของเราหนัก 10.3 กิโล เค้าก็จะคิดเป็น 11 กิโลไปเลยประมาณนี้ ดังนั้นต้องคำนวนน้ำหนักสินค้าให้ดีนะคะ แต่ก็จะมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้คิดตามน้ำหนักแต่จะคิดเป็นปริมาตร(ตามขนาดกล่องบรรจุ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของชิ้นใหญ่ๆ เช่น รถเด็กเล่น,ตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ ประมาณนี้ค่ะ
ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง